เมื่อพิจารณาถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของแบรนด์ระดับตำนาน การปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ของ Porsche เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนทั่วโลก นี่คือมากกว่าการเปลี่ยนมือเจ้าของ ที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการโฟกัสที่ธุรกิจหลัก
เมื่อตรวจสอบข้อมูลจากปี 2564 การผนึกกำลังกันของยักษ์ใหญ่เยอรมันและนวัตกรรมจากโครเอเชีย ถูกมองว่าเป็นอนาคตของรถยนต์สมรรถนะสูง Bugatti ที่มีชื่อเสียงในด้านความหรูหราและประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ได้จับคู่กับ Rimac เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
กลุ่มทุนยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากยุโรป ต่างทุ่มเงินลงทุนมหาศาล ทว่าในโลกของความเป็นจริง อุปสรรคภายนอกเริ่มส่งผลกระทบต่อวิสัยทัศน์ที่สวยหรู
รายงานทางการเงินประจำปี ระบุถึงภาวะวิกฤตที่ยากจะหลีกเลี่ยง พบว่าอัตรากำไรลดเหลือเพียง 1.1% เท่านั้น สาเหตุของวิกฤตครั้งนี้สามารถสรุปได้ดังนี้:
เมื่อรายได้ในตลาดหลักลดลงและต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดการปรับแผนธุรกิจในทันที
ด้วยวิสัยทัศน์ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบัน การมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่แบรนด์ทำได้ดีที่สุดคือหัวใจสำคัญ การลดสัดส่วนการถือครองหุ้น ช่วยให้ทรัพยากรขององค์กรถูกนำไปใช้ในโครงการที่สำคัญกว่า
ข้อคิดสำหรับการบริหารธุรกิจในยามวิกฤต: การโฟกัสที่ธุรกิจหลัก (Core Business) มักเป็นทางออกที่ดีที่สุด การตัดส่วนที่ไม่ใช่แก่นแท้ออกคือความกล้าหาญทางการบริหารที่จำเป็น
ผู้ที่ก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของใหม่ในครั้งนี้ นำโดย HOF Capital และ กลยุทธ์ธุรกิจ BlueFive Capital ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังดีลระดับโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะ BlueFive Capital ที่มีฐานการเงินในกรุงอาบูดาบี
การเปลี่ยนมือเจ้าของในดีล Bugatti ไม่ได้หมายความว่า Bugatti จะสูญเสียคุณค่า และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นทั่วโลกต่อไปอย่างยั่งยืน